สาระงานตอกเสาเข็ม


  • เพราะ เสาเข็ม เป็นหลักสำคัญของการสร้างบ้าน แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักมันจริง ๆ วันนี้เลยขอนำข้อมูลเกี่ยวกับ เสาเข็ม มาเล่าใหม่ตั้งแต่หน้าที่ความสำคัญกันเลย

    เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวเกี่ยวกับโครงการบ้านที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งลามไปถึงเรื่องเสาเข็มแตกหัก จนเป็นเหตุให้ผนังร้าวและบ้านทรุดทั้งหลังจนยากเกินเยียวยา ฉะนั้นกระปุกดอทคอมเลยขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับ เสาเข็ม จากเว็บไซต์ Terrabkk มาเล่าสู่กันฟัง ว่าเจ้าเสาเข็มที่เขาว่าสำคัญนักหนา มันสำคัญขนาดไหน แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร และมีข้อดีข้อเสียตรงไหนบ้าง.....อ่านต่อ

  • เสาเข็มนั้นมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับการกำหนดของวิศวกรที่จะเป็นผู้กำหนดใช้ แต่ในบทความนี้เราจะมาเริ่มทำความเข้าใจกับงานเสาเข็มตอกกันก่อน ส่วนเสาเข็มประเภทอื่นๆจะนำมาเสนอให้ผู้อ่านได้รับทราบกันต่อๆไปในบทความที่เกี่ยวข้องในภายหน้า

    การก่อสร้างนั้นเป็นงานที่จะต้องทำด้วยความเอาใจใส่และระมัดระวัง เพราะเมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่จะมีผู้คนไปอยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างนั้น ไม่ว่าจะเป็นบ้าน หรืออาคารอื่น ๆ ดังนั้นในการทำงานก่อสร้าง ไม่ว่าจะดำเนินการโดยบริษัทรับสร้างบ้าน หรือ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ก็ จะต้องกระทำโดยผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในงานนั้นๆ นอกจากนี้ในงานการวางแผนงาน และการตรวจสอบงานก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่างานก่อสร้างเช่นกัน ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้เป็นข้อกำหนดตามกฏหมายให้บริษัทที่ทำการก่อสร้างต้องมีวิศวกรควบคุมงานและตรวจสอบ แต่ในฐานะเจ้าของบ้านถ้าเรามีความเข้าใจงานก่อสร้างไว้บ้าง เราก็สามารถตรวจสอบงานเบื้องต้นได้เช่นกัน แต่คงไม่ต้องเก่งไปถึงระดับวิศวกร

    ในงานก่อสร้างที่ถือว่าเป็นรากฐานของสิ่งก่อสร้าง คือ งานเสาเข็ม และในบทความนี้ตามที่ได้กล่าวในเบื้องต้นไว้แล้วเราจะมาแนะนำ ในการทำงาน และสิ่งที่ควรรู้ในการตรวจสอบเบื้องต้นของงานเสาเข็มตอก เพื่อให้แน่ใจว่าการก่อสร้างนั้นจะไม่มีความผิดพลาด ใดๆเกิดขึ้นกับบ้านที่ท่านสร้าง...อ่านต่อ

  • เสาเข็มคือส่วนที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักตัวบ้าน และกระจายน้ำหนักไปยังชั้นดินใต้อาคาร โดยใช้แรงพยุงตัวที่เกิดจากแรงเสียดทานของดิน กับพื้นที่ผิวรอบเสาเข็ม หรือใช้การถ่ายตรงลงสู่ชั้นดินหรือหินแข็งโดยตรง เพื่อไม่ให้บ้านหรืออาคารทรุดจมลงไปในดิน

    เสาเข็มอาจเป็นไม้ คอนกรีตเสริมเหล็ก เหล็กรูปพรรณ ถ้าเป็นอาคารเล็กก็ใช้เข็มสั้นและจำนวนไม่มาก แต่ถ้าเป็นอาคารใหญ่ ก็จะต้องเสาเข็มจำนวนมากขึ้น หรือใช้เสาเข็มยาวขึ้นเพื่อถ่ายน้ำหนักลงไปยังชั้นดินได้ลึกขึ้น เพื่อรับน้ำหนักได้มากกว่า เนื่องจากดินชั้นบนมักจะมีความหนาแน่นน้อย จึงสร้างแรงเสียดทานให้กับเสาเข็มได้น้อยกว่าชั้นดินที่อยู่ลึกลงไป และหากเสาเข็มยาวจนถึงระดับชั้นดินหรือหินแข็ง เสาเข็มจะรับน้ำหนักจากอาคารและถ่ายลงสู่ชั้นดินแข็งโดยตรง...อ่านต่อ

  • คนฝั่งธนฯเฮ ! ดีเดย์ 30 ธ.ค.นี้ กทม.ลุยตอกเข็มรถไฟฟ้าสายสีทอง ระยะทาง 1.8 กม. 3 สถานี “กรุงธนบุรี-ไอคอนสยาม-คลองสาน” ได้บิ๊กรับเหมา “อิตาเลียนไทยฯ” ก่อสร้าง จ้างบีทีเอสเดินรถ ใช้ระบบรถบอมบาร์ดิเอร์ เร่งสร้างให้เสร็จ 24 เดือน ปลายปีེ เปิดหวูดให้บริการ ค่าโดยสาร 15 บาทตลอดสาย พลิกโฉมทำเลเจริญนคร ราคาที่ดินพุ่งไม่หยุด อสังหาฯแห่ปักหมุด บูมคอนโดฯ-ท่องเที่ยวริมน้ำ

    นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) รัฐวิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ได้ผู้รับเหมาก่อสร้างงานโยธาและวางรางโครงการรถไฟฟ้าสายสีทองเฟสแรก กรุงธนบุรี-คลองสาน ระยะทาง 1.8 กม. เรียบร้อยแล้ว โดย บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เป็นผู้ชนะประมูล วงเงินก่อสร้าง 1,070 ล้านบาท เตรียมเซ็นสัญญาก่อสร้างภายในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ จากนั้นจะประสานตำรวจปิดการจราจรถนนกรุงธนบุรีและถนนเจริญนคร ให้ผู้รับเหมาเข้าพื้นที่ก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค. 2560 เป็นต้นไป

  • นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ช่วยผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)และ ผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการว่า รฟม. เตรียมที่จะดำเนินงานเข็มทดสอบ เพื่อทดสอบการรองรับน้ำหนักของเสาเข็ม และดำเนินการรื้อย้ายสาธารณูปโภค เพื่อเตรียมพื้นที่ในการก่อสร้าง จึงมีความจำเป็นต้องทยอยปิดผิวจรจาในบริเวณพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง โดยจะเริ่มปิดถนนตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย.เป็นต้นไป นำร่องบริเวณถนนติวานนท์

    การเริ่มก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูล่าช้ากว่าแผนแล้ว 3 เดือน เนื่องจากผู้รับเหมาไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้เพราะเกิดความขัดแย้งกับประชาชนในท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้ ครม.แก้ไขปัญหาด้วยการอนุมัติให้มีการออก ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดให้เวนคืนอสังหาริมทรัพย์เร่งด่วน เป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้เข้าพื้นที่ก่อสร้างได้ คาดว่าประกาศจะมีผลบังคับใช้ในเดือนนี้ และคาดว่าผู้รับเหมาจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ในเดือนมี.ค. 2561 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี 3 เดือน เปิดให้บริการได้ประมาณกลางปี 2564 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรงนั้นประสบปัญหาเดียวกัน ทำให้งานก่อสร้างล่าช้าไป 3 เดือนเช่นกัน โดยขณะนี้ ครม. แก้ปัญหาให้ทั้งหมดแล้ว คาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างได้ช่วงไตรมาส1 ของปี 2561

  • นายภคพงค์ ศิริกันทรมาศ รองผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกับนายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม และผู้บริหารจากกรมทางหลวง และกรมทาหลวงชนบท เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ภายในโครงการรถไฟฟ้า ว่า มีการพิจารณาเรื่องการใช้พื้นที่ดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าหลายเส้นทางเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อโครงสร้างของระบบขนส่งของหน่วยงานปัจจุบันที่มีอยู่

    สำหรับโครงการถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กม. วงเงิน 5.2 หมื่นล้านบาท นั้น รฟม. เสนอขอใช้พื้นของกรมทางหลวง (ทล.) บริเวณแขวงการทางบริเวนหน้าวัดศรีเอี่ยมจำนวน 10 ไร่ ก่อสร้างเป็นอาคารจอดแล้วจร (จอดและรับส่งคน) และศูนย์ซ่อม รวมทั้งขอใช้พื้นที่เกาะกลางถนนตลอดแนวถนนศรีนครินท์ก่อสร้างเป็นต่อหม้อ ซึ่ง ทล. เห็นชอบในหลักการ แต่ขอให้ รฟม. ทำการจัดสร้างทางระบายน้ำเพิ่มเติมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ เนื่องจากเดิมมีการใช้พื้นที่เกาะกลางเป็นทางระบายน้ำ เบื้องต้น รฟม. เตรียมที่สร้างทางระบายน้ำ ตามแนวทางเท้าทั้ง 2 ฝั่งถนน เพื่อใช้เป็นทางระบายน้ำ

    ส่วนสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี 34.5 กิโลเมตร กม. วงเงิน 5.4 หมื่นล้านบาท รฟม. ขอใช้พื้นที่บริเวณแขวงการทางหลักสี่ เพื่อใช้ก่อสร้างเป็นสถานีหลักสี่ ซึ่ง ทล. เห็นชอบ แต่ขอให้ปรับแบบเพื่อลดขนาดพื้นที่ลงอีก

    นายภคพงศ์กล่าวต่อถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม ระยะทาง 16.4 กม. วงเงิน 1.1 แสนล้าน และ สีม่วงใต้ เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ-วงแหวนกาญจนาภิเษก ระยะทาง 23.6 กม. วงเงิน 131,171 ล้านบาท นั้น รฟม. จะต้องกลับไปพิจารณารายละเอียดด้านเทคนิคเพิ่มเติมว่างานก่อสร้างรถไฟฟ้าจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างสิ่งก่อสร้างเดิมหรือไม่ โดยสีส้มต้องไปดูว่างานก่อสร้างใหม่จะไม่ส่งผลกระทบต่อเสาของสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ส่วนรถไฟฟ้าสีม่วงใต้จะต้องไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสะพานพระปกเกล้า และสะพานพระราม 3 บริเวณแยกมไหสวรรย์

  • กทม.เดินทางโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว เผยตอกเสาเข็มแล้วกว่า 15,939 ต้น กำชับผู้รับเหมาเร่งเดินหน้า หลังยังล่าช้ากว่าแผน

    นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.คลองลาดพร้าว ว่า ขณะนี้ กทม.สามารถดำเนินการตอกเสาเข็มได้แล้ว ความยาวรวม 12,240 เมตร จำนวนเสาเข็ม 15,939 ต้น จากจำนวนเสาเข็มที่ต้องดำเนินการทั้งหมด 22,017 ต้น คิดเป็น 74.4 เปอร์เซนต์ ของพื้นที่ก่อสร้างที่ส่งมอบพื้นที่แล้ว สำหรับผลงานเฉพาะเสาเข็มที่ตอกได้ทั้งหมดคิดเป็น 26.57เปอร์เซนต์ ส่วนพื้นที่ก่อสร้างที่ยังไม่ได้ส่งมอบ ความยาว 28,783 ม. จำนวนเสาเข็มที่ยังไม่ได้ตอก 38,385 ต้น

    สำหรับผลงานทั้งโครงการทำได้ 20.37 เปอร์เซนต์ ส่วนแผนงานโดยรวมทั้งโครงการ 48.50เปอร์เซนต์ ทั้งนี้โครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว มีความยาวทั้งหมดประมาณ 45.3 กม. เป็นพื้นที่ก่อสร้างที่ส่งมอบพื้นที่แล้ว ความยาว 16,517 ม. หรือ 16 กม. อย่างไรก็ตามได้มอบหมายให้สำนักการระบายน้ำ (สนน.) ติดตามการทำงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อโครงการ พร้อมทั้งกำชับบริษัทผู้รับจ้างให้เร่งดำเนินการตอกเสาเข็มและทำทางเดินเท้าในพื้นที่ก่อสร้างที่ส่งมอบพื้นที่แล้ว และในบริเวณที่รื้อย้ายบ้านที่รุกล้ำพื้นที่ออกไป

  • ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่21 ธันวาคม 2560 เวลา 15.00 น. ณ มอหลักหินรัชกาลที่ 5 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายหวัง เสี่ยวเทา รองผู้อำนวยการคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน ได้ร่วมพิธีเริ่มการก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) ภายใต้แนวคิด “น้ำหนึ่งใจเดียว ทุกเรื่องราบรื่น” พร้อมกล่าวแสดงความยินดีในการเริ่มต้นก่อสร้างโครงการ โดยมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวต้อนรับ ประธานในพิธี โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รอให้การต้อนรับ

    พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและจีนมีความร่วมมือกันทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ภายใต้ความสัมพันธ์อันดีที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โครงการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงนี้จะเชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคและโครงข่ายคมนาคม One Belt One Road ของรัฐบาลจีน อันจะสนับสนุน ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินโครงการประสานสอดคล้องกับกลไกระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาอื่นๆ รัฐบาลได้จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาและแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ รวมทั้งปฏิรูปกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องตลอดจนจัดตั้งสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง เพื่อบริหารจัดการงานวิจัยถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งพัฒนาบุคลากรสำหรับรองรับการพัฒนาระบบขนส่งทางรางต่อไป วันนี้ ประเทศไทยจะได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน...อ่านต่อ
    • ที่ตั้ง : 122/39 ถนนรัตนาธิเบศร์ บางรักใหญ่ บางบัวทอง จังหวัด : นนทบุรี รหัสไปรษณีย์ : 11110 โทร : 02-101-9686, 081-378-7231, 089-888-8900, 061-629-3592 แฟกซ์ : 02-101-...
Visitors: 13,422